สามก๊ก
นำเอามาฝากสำหรับแฟนๆ อาจจะยังไม่สมบูรณ์ดีนัก
แต่ภาพและเสียงชัดเจนดี (เท่าที่ดูในเน็ตมา)
โพสต์โดย ประชามีชัย
ติดตามได้ที่ลิงก์ข้างล่างนี้เลย
สามก๊ก
ใครที่ตามหา สามก๊ก ตอนที่ 11 อยู่ ตามลิงก์ข้างล่างนี้เลย
ตอนที่ 11 ศึกเมืองอ้วนเซีย 1.mp4
ตอนที่ 11 ศึกเมืองอ้วนเซีย 2.mp4
YouTube - ตอนที่ 11 ศึกเมืองอ้วนเซีย 3.mp4
ตอนที่ 11 ศึกเมืองอ้วนเซีย 4.mp4
วันศุกร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2553
วันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2553
Free Domain 100%
วันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
10 ตำนาน แฮกเกอร์ของโลก
10 ตำนาน แฮกเกอร์ของโลก
ตอนที่หมอนี่โดนจับ ทั่วทั้งอเมริกาแตกตื่น เพราะหมอนี่อายุเพียง 15ปีเท่านั้น Jonathan James หรือชื่อรหัสในโลก Hacker ก็คือ c0mradeได้สร้างชื่อด้วยการเจาะระบบมากมาย ตั้งแต่บริษัทโทรศัพท์ BellSouthไปจนถึงหน่วยงาน DTRA ในกระทรวงกลาโหมสหรัฐ และที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในปี 1999หมอนี่ Hack เข้าไปฝังตัว Backdoor ใน Nasaซึ่งทำให้อ่านข้อมูลลับได้มากมายรวมไปถึงขโมยโปรแกรมที่ทาง Nasaพัฒนาขึ้นด้วยเงินมหาศาลถึง 1.7 ล้านดอลล่าร์สหรัฐไปหน้าตาเฉยซึ่งในภายหลังทาง Nasa ต้องปิดระบบถึงสามสัปดาห์เพื่อแก้ไขทำให้สูญเสียเงินไปอีก 41,000 $??
ปล. หมอนี่บอกกับศาลว่าเค้าอยากได้โปรแกรมมาเพื่อฝึกฝีมือภาษา C ของตัวเองเท่านั้นแต่พอขโมยมาได้ ก็กลับถามว่าโปรแกรมห่วยๆนั่นมีค่าถึง 1.7ล้านดอลล่าร์เลยเชียวหรือ
Adrian Lamo
อีตานี่ก็เป็นอีกหนึ่ง Hacker ที่แสบไม่แพ้กัน ซึ่งคนที่โดน Adrian Lamoเจาะเข้าไป ก็มีตั้งแต่ หนังสือพิมพ์ The New York Times , Microsoft ,Yahoo , Bank of America , CitiGroup และ Cingularซึ่งที่ๆสร้างชื่อเสียงที่สุดให้เขาก็คือ การที่เขาเจาะเข้าไปใน The NewYork Times และเอาชื่อตัวเองเข้าไปใส่ไว้ในแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ระดับสูงของหนังสือ พิมพ์ The New York Timesและใช้บัญชีของนักเขียนชื่อดัง LexisNexisในการค้นคว้างานวิจัยจากฐานข้อมูลของ The New York Times อีกด้วย?หลังจากที่ใช้กรรม ไปมากมาย ตอนนี้ Adrian Lamo ทำงานเป็นนักข่าวและนักพูด เกี่ยวกับวงการ Hackerและพึ่งจะได้รับรางวัลนักข่าวยอดเยี่ยมมาไม่นานนี้เอง
Kevin Mitnick
นี่คือชายที่ครั้งหนึ่ง กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐเคยหมายหัวไว้ว่า"อาชญากรทางคอมพิวเตอร์ที่ทางสหรัฐ ต้องการตัวมากที่สุด"เพราะเขาคือคนแรกที่ทำให้คำว่า Hacker โด่งดังไปทั่วโลกจนถึงทุกวันนี้ผลงานของ Mitnick อาจจะเก่าไปซักหน่อย เพราะพี่ท่านเล่น Hackมาตั้งแต่ช่วงปี 70' กับผลงานการเจาะระบบ Punch Card ของ Los Angeles BusSystem ทำให้เขาสามารถขึ้นรถเมล์ได้ฟรีตั้งกะอายุ 12.เข้าไปป่วนระบบโทรศัพท์ทำให้โทรทางไกลได้ฟรีๆ จากนั้นก็ขโมยข้อมูลของบริษัทคอมพิวเตอร์ชื่อดังอย่าง DEC (Digital EquipmentCorporation) ตามด้วยหน่วยงานด้านการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ โอ๊ยอีตานี่แสบๆๆ หลังจากที่ไปรับกรรมในคุกอยู่สองปีครึ่งตอนนี้เค้าก็กลายเป็น Hackerที่หลายๆบริษัทขอความช่วยเหลือในการตรวจสอบระบบครับ(และสำคัญมากเป็น เพราะอีตานี่เองที่ทำให้โลกเราได้รู้จัก White-Hat สาดเลือดเอเชียที่เก่งกาจ)
Kevin Poulsen
มีชื่อเรียกสวยเก๋ในวงการแฮ กเกอร์ว่า Dark Dante, ผลงานเด่นๆของ KevinPoulsen ก็คือการที่เค้าเจาะระบบโทรศัพท์ของสถานีวิทยุ KIIS-FM ใน LAทำให้เค้าได้รางวัลรถ Porsche มาครอง และที่เด่นๆ ก็คืออีตานี่แหย่หนวดเสือไป เจาะระบบฐานข้อมูลของ FBI ครับ และที่สำคัญก็คือระบบดักฟังของ FBI ครับ หลังจากที่ Kevin Poulsen โดนซิวไป 5 ปีตอนนี้เค้าก็กลายเป็น นักข่าวอาวุโสของสำนักข่าว Wired Newsและคอยช่วยเหลือในการไล่จับพวก BlackHat คนอื่นๆอีกมากมาย
Robert Tappan Morris
เค้าคือลูก ชายของอดีตเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ ของ NSA (National SecurityAgency) แท้ๆแต่ดันใช้ความรู้ในทางที่ผิดก่อความเดือดร้อนให้ชาวบ้านไปทั่วเพราะหมอ นี่แหละครับคือคนแรกที่สร้าง Worm ขึ้นมาและทำให้ระบบเครือข่ายพังทลายไปหลายวันเลยทีเดียว ขณะที่ Morrisกำลังเรียนอยู่ที่ Cornell เค้าอยากรู้ว่าอินเทอร์เน็ตมันใหญ่ขนาดไหนเค้าก็เลยสร้างโปรแกรมที่มันจะ เจาะไปได้เรื่อยๆ ไปๆมาๆนั่นกลายเป็นเวิร์มตัวแรกของโลกที่ชื่อว่า MorrisWormหลังจากนั้นคอมพิวเตอร์กว่า 6,000เครื่องทั่วโลกก็เจ๊งยับเพราะเวิร์มของหมอนี่ พอโดนจับ Morris ก็โดนลงโทษจำคุก 3 ปีและโดนค่าปรับ10,500 เหรียญและ ทำงานช่วยเหลือสังคมอีก 400 ชม.(ลงโทษขนาดนี้แรงไปไหมพี่ เบากว่านี้ได้อีกนะ ) และหลังจากที่รับกรรมไปแล้ว ตอนนี้Robert Morris ก็เป็นอาจารย์สอนหนังสืออยู่ ที่ MIT
Stephen Wozniak
พูดถึง Apple Computer ใครๆก็อาจจะนึกถึง Steve Jobsชายหนุ่มหัวแอบล้านซึ่งหลายๆคนรอคอย KeyNote ของเค้าในงาน MacWorldConference ทุกปี แต่หารู้ไม่ว่าจริงๆแล้วถ้า Apple Computerขาดเค้าคนนี้ไปล่ะก็ มันจะไม่มีวันนี้แน่นอน เพราะ Steve Wozniakคือผู้่ร่วมก่อตั้ง Apple Computer ครับ?การเป็น Hackerช่วงแรกของเค้าอยู่ที่เค้าได้ไปอ่านบทความเรื่องการเจาะระบบโทรศัพท์ ในหนังสือ Esquire เข้าหลังจากที่คุยกับ Steve Jobs พวกเขาก็ได้คิดค้น BlueBoxเครื่องเจาะระบบโทรศัพท์ที่ทำให้คุณสามารถ โทรทางไกลได้ฟรีๆ (เอาเข้าไป)มีครั้งหนึ่ง Steve Wozniak ได้แอบใช้เครื่อง BlueBox โทรหาพระสันตปาปาโดยปลอมตัวว่าเป็น Henry Kissingerรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐในตอนนั้นแสบจริงๆ?สำหรับ ช่วงแรกของการก่อตั้ง Apple Computer. Wozniakได้ขายเครื่องคิดเลขแสนแพงของเขา และ Jobs ได้ขายรถแวนของเขาเพื่อเป็นทุนในการก่อตั้ง Apple Computer ครับ และสุดท้ายเครื่อง Apple Iก็วางตลาด และทั้งคู่ได้ขายเครื่องนี้ในราคาเครื่องละ 666.66$
Tim Berners-Lee
ต้องขอบอกว่า ถ้าไม่มีอีตานี่โลกเราจะไม่มีคำว่า World Wide Web ครับเพราะเค้าคนนี้คือ คนที่ คิดค้น www ขึ้นบนโลก. Tim Berners-Leeเป็นลูกของสองนักคณิตศาสตร์ระดับโลก Convey และ ?Mary Berners-Leeซึ่งเป็นทีมสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์ Manchester Mark 1เครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นแรกๆของโลก?ในปี 2532 Tim Berners-Lee ทำงานเป็นFreeLance อยู่ที่ CERN (ศูนย์วิจัยเรื่องนิวเคลียร์ของยุโรป)ซึ่งเป็นเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ใหญ่ ที่สุดของยุโรปเขาได้คิดค้นระบบข้อความหลายมิติ (Hypertext) ขึ้นมา ซึ่งเมื่อมันผนวกเข้ากับ TCP และ DNSล่ะก็ มันจะเป็นความสุดยอดของ HyperText แน่นอนและหลังจากนั้นมันจึงกลายเป็น ?World Wide Web ครับ ?เมื่อปี 2548เขาได้รับรางวัล 1 ในร้อยบุคคลที่ทรงอิทธิพลต่อคนทั้งโลกมากที่สุด และในปี2550 Tim Berners-Lee ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ฝ่ายหน้าจากสมเด็จพระบรมราชินีเอลิซา เบทที่สอง เป็นการส่วนพระองค์ทำให้ตอนนี้เค้ากลายเป็น Sir Tim Berners-Lee ไปแล้วครับ?ผลงานการ Hackของ Tim Berners-Lee ไม่เป็นที่ปรากฏ แต่ว่าเรื่องนี้ก็ทำให้เค้าโดนไล่ออกจากมหาวิทยาลัย Oxford ล่ะครับ ปล.เว็บไซต์แรกของโลกคือสร้างขึ้นโดย Tim Berners-Lee นี่แหละครับ
Linus Torvalds
บิดาผู้ให้กำเนิด Linux ระบบปฏิบัติการ Unixที่คนนิยมกันมากที่สุดในโลกขณะนี้ ในปี 1991ขณะที่เขายังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย เฮลซิงกิ เขาได้สร้าง linux kernelขึ้นจากพื้นฐานของระบบปฏิบัติการ Minix ขึ้น หลังจากนั้นเขาก็รวบรวมสมัครพรรคพวกมาช่วยกันเขียนและช่วยกันพัฒนาต่อกันทาง อินเทอร์เน็ต โดยที่เขาเป็นคนรวบรวม ตรวจสอบและแจกจ่ายงานไปยังโปรแกรมเมอร์ต่างๆทั่วโลกรวมถึงแจกจ่ายให้คนช่วย กันเอาไปใช้ฟรีๆอีกด้วยจุดที่น่าสนใจของโครงการนี้ก็คือ ทุกคนที่มาร่วมทำนั้นทุกคนยินดีช่วยโดยไม่ได้ค่าตอบแทนแต่อย่างใด และมีเงื่อนไขต่อด้วยอีกว่าเมื่องานเสร็จแล้วจะต้องเผยแพร่ตัว Source Codeแก่สาธารณะโดยไม่คิดมูลค่าเช่นเดียวกันครับ?ทุกวันนี้ Linux Torvaldsทำงานอยู่ที่บริษัท Transmeta บริษัทที่ทำหน้าที่ออกแบบ CPUและยังคงดำรงตำแหน่ง ผู้นำของบรรดาผู้ใช้งานและพัฒนา Linux ทั้งโลกครับยิ่งไปกว่านั้น หนังสือ Times Magazine ได้ยกให้เค้าเป็นหนึ่งคนในหนังสือชื่อ 60 Years of Hero สุดยอด
Richard Stallman
ผู้ริเริ่มโครงการ GNU (อ่านว่า กนู นะครับ) และมูลนิธิซอฟท์แวร์เสรีรวมไปถึงผู้ริเริ่มแนวคิดเรื่อง Copyleft (ฮ่า)และเป็นผู้ร่างสัญญาอนุญาติให้ใช้ได้ทั่วไป และต่อในภายหลังสัญญานี้ได้กลายเป็น บรรทัดฐานซอฟท์แวร์เสรีจำนวนมากความเป็นแฮกเกอร์ของเค้าโผล่มาตอนที่เค้าทำ งานอยู่ที่ MIT ในฐานะของ StaffComputer ทุกครั้งที่มีระบบอะไรใหม่ๆติดตั้งเข้าไปและมีรหัสผ่านกำกับอยู่Richard Stallman จะหาทางแฮกและปลดรหัสผ่านออกทุกครั้ง ยังครับยังไม่พอพอแฮกระบบเสร็จก็แฮก Printerต่อเพื่อพิมพ์ข้อความบอกชาวบ้านว่าระบบไหนอยู่ที่ไหนปลดรหัสผ่านอะไร ไปแล้วบ้าง แสบจริงๆ
Tsutomu Shimomura
สุดยอด White-Hat สายเลือดเอเชีย Tsutomu Shimomuraได้รับชื่อเสียงอย่างโด่งดัง ในฐานะที่ร่วมมือกับ John Markoffในการช่วยเหลือ FBI ไล่จับสุดยอดแฮกเกอร์ของโลกในยุคนั้น นั่นก็คือ KevinMitnick นั่นเอง ?Tsutumu ทำงานเป็นนักวิจัยอยู่ที่ SDSC (San DiegoSupercomputer Center) ซึ่งจริงๆแล้วก็โดนอีตา Kevinเข้ามาแฮกเอาโปรแกรมและเมล์สำคัญๆไป ดังนั้นด้วยคาวมแค้นเขาจึงร่วมมือกับFBI ไล่จับ Kevin Mitnick ซึ่งต่อมาเมื่อเขาจับได้เขาก็เลยเขียนหนังสือชื่อ Takedown เป็นเรื่องราวของการไล่จับ KevinMitnick ซึ่งต่อมาได้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง TakeDown ด้วย?
ข้อมูลจากเว็บ
http://www.sabyedee.net/
ตอนที่หมอนี่โดนจับ ทั่วทั้งอเมริกาแตกตื่น เพราะหมอนี่อายุเพียง 15ปีเท่านั้น Jonathan James หรือชื่อรหัสในโลก Hacker ก็คือ c0mradeได้สร้างชื่อด้วยการเจาะระบบมากมาย ตั้งแต่บริษัทโทรศัพท์ BellSouthไปจนถึงหน่วยงาน DTRA ในกระทรวงกลาโหมสหรัฐ และที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในปี 1999หมอนี่ Hack เข้าไปฝังตัว Backdoor ใน Nasaซึ่งทำให้อ่านข้อมูลลับได้มากมายรวมไปถึงขโมยโปรแกรมที่ทาง Nasaพัฒนาขึ้นด้วยเงินมหาศาลถึง 1.7 ล้านดอลล่าร์สหรัฐไปหน้าตาเฉยซึ่งในภายหลังทาง Nasa ต้องปิดระบบถึงสามสัปดาห์เพื่อแก้ไขทำให้สูญเสียเงินไปอีก 41,000 $??
ปล. หมอนี่บอกกับศาลว่าเค้าอยากได้โปรแกรมมาเพื่อฝึกฝีมือภาษา C ของตัวเองเท่านั้นแต่พอขโมยมาได้ ก็กลับถามว่าโปรแกรมห่วยๆนั่นมีค่าถึง 1.7ล้านดอลล่าร์เลยเชียวหรือ
Adrian Lamo
อีตานี่ก็เป็นอีกหนึ่ง Hacker ที่แสบไม่แพ้กัน ซึ่งคนที่โดน Adrian Lamoเจาะเข้าไป ก็มีตั้งแต่ หนังสือพิมพ์ The New York Times , Microsoft ,Yahoo , Bank of America , CitiGroup และ Cingularซึ่งที่ๆสร้างชื่อเสียงที่สุดให้เขาก็คือ การที่เขาเจาะเข้าไปใน The NewYork Times และเอาชื่อตัวเองเข้าไปใส่ไว้ในแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ระดับสูงของหนังสือ พิมพ์ The New York Timesและใช้บัญชีของนักเขียนชื่อดัง LexisNexisในการค้นคว้างานวิจัยจากฐานข้อมูลของ The New York Times อีกด้วย?หลังจากที่ใช้กรรม ไปมากมาย ตอนนี้ Adrian Lamo ทำงานเป็นนักข่าวและนักพูด เกี่ยวกับวงการ Hackerและพึ่งจะได้รับรางวัลนักข่าวยอดเยี่ยมมาไม่นานนี้เอง
Kevin Mitnick
นี่คือชายที่ครั้งหนึ่ง กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐเคยหมายหัวไว้ว่า"อาชญากรทางคอมพิวเตอร์ที่ทางสหรัฐ ต้องการตัวมากที่สุด"เพราะเขาคือคนแรกที่ทำให้คำว่า Hacker โด่งดังไปทั่วโลกจนถึงทุกวันนี้ผลงานของ Mitnick อาจจะเก่าไปซักหน่อย เพราะพี่ท่านเล่น Hackมาตั้งแต่ช่วงปี 70' กับผลงานการเจาะระบบ Punch Card ของ Los Angeles BusSystem ทำให้เขาสามารถขึ้นรถเมล์ได้ฟรีตั้งกะอายุ 12.เข้าไปป่วนระบบโทรศัพท์ทำให้โทรทางไกลได้ฟรีๆ จากนั้นก็ขโมยข้อมูลของบริษัทคอมพิวเตอร์ชื่อดังอย่าง DEC (Digital EquipmentCorporation) ตามด้วยหน่วยงานด้านการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ โอ๊ยอีตานี่แสบๆๆ หลังจากที่ไปรับกรรมในคุกอยู่สองปีครึ่งตอนนี้เค้าก็กลายเป็น Hackerที่หลายๆบริษัทขอความช่วยเหลือในการตรวจสอบระบบครับ(และสำคัญมากเป็น เพราะอีตานี่เองที่ทำให้โลกเราได้รู้จัก White-Hat สาดเลือดเอเชียที่เก่งกาจ)
Kevin Poulsen
มีชื่อเรียกสวยเก๋ในวงการแฮ กเกอร์ว่า Dark Dante, ผลงานเด่นๆของ KevinPoulsen ก็คือการที่เค้าเจาะระบบโทรศัพท์ของสถานีวิทยุ KIIS-FM ใน LAทำให้เค้าได้รางวัลรถ Porsche มาครอง และที่เด่นๆ ก็คืออีตานี่แหย่หนวดเสือไป เจาะระบบฐานข้อมูลของ FBI ครับ และที่สำคัญก็คือระบบดักฟังของ FBI ครับ หลังจากที่ Kevin Poulsen โดนซิวไป 5 ปีตอนนี้เค้าก็กลายเป็น นักข่าวอาวุโสของสำนักข่าว Wired Newsและคอยช่วยเหลือในการไล่จับพวก BlackHat คนอื่นๆอีกมากมาย
Robert Tappan Morris
เค้าคือลูก ชายของอดีตเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ ของ NSA (National SecurityAgency) แท้ๆแต่ดันใช้ความรู้ในทางที่ผิดก่อความเดือดร้อนให้ชาวบ้านไปทั่วเพราะหมอ นี่แหละครับคือคนแรกที่สร้าง Worm ขึ้นมาและทำให้ระบบเครือข่ายพังทลายไปหลายวันเลยทีเดียว ขณะที่ Morrisกำลังเรียนอยู่ที่ Cornell เค้าอยากรู้ว่าอินเทอร์เน็ตมันใหญ่ขนาดไหนเค้าก็เลยสร้างโปรแกรมที่มันจะ เจาะไปได้เรื่อยๆ ไปๆมาๆนั่นกลายเป็นเวิร์มตัวแรกของโลกที่ชื่อว่า MorrisWormหลังจากนั้นคอมพิวเตอร์กว่า 6,000เครื่องทั่วโลกก็เจ๊งยับเพราะเวิร์มของหมอนี่ พอโดนจับ Morris ก็โดนลงโทษจำคุก 3 ปีและโดนค่าปรับ10,500 เหรียญและ ทำงานช่วยเหลือสังคมอีก 400 ชม.(ลงโทษขนาดนี้แรงไปไหมพี่ เบากว่านี้ได้อีกนะ ) และหลังจากที่รับกรรมไปแล้ว ตอนนี้Robert Morris ก็เป็นอาจารย์สอนหนังสืออยู่ ที่ MIT
Stephen Wozniak
พูดถึง Apple Computer ใครๆก็อาจจะนึกถึง Steve Jobsชายหนุ่มหัวแอบล้านซึ่งหลายๆคนรอคอย KeyNote ของเค้าในงาน MacWorldConference ทุกปี แต่หารู้ไม่ว่าจริงๆแล้วถ้า Apple Computerขาดเค้าคนนี้ไปล่ะก็ มันจะไม่มีวันนี้แน่นอน เพราะ Steve Wozniakคือผู้่ร่วมก่อตั้ง Apple Computer ครับ?การเป็น Hackerช่วงแรกของเค้าอยู่ที่เค้าได้ไปอ่านบทความเรื่องการเจาะระบบโทรศัพท์ ในหนังสือ Esquire เข้าหลังจากที่คุยกับ Steve Jobs พวกเขาก็ได้คิดค้น BlueBoxเครื่องเจาะระบบโทรศัพท์ที่ทำให้คุณสามารถ โทรทางไกลได้ฟรีๆ (เอาเข้าไป)มีครั้งหนึ่ง Steve Wozniak ได้แอบใช้เครื่อง BlueBox โทรหาพระสันตปาปาโดยปลอมตัวว่าเป็น Henry Kissingerรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐในตอนนั้นแสบจริงๆ?สำหรับ ช่วงแรกของการก่อตั้ง Apple Computer. Wozniakได้ขายเครื่องคิดเลขแสนแพงของเขา และ Jobs ได้ขายรถแวนของเขาเพื่อเป็นทุนในการก่อตั้ง Apple Computer ครับ และสุดท้ายเครื่อง Apple Iก็วางตลาด และทั้งคู่ได้ขายเครื่องนี้ในราคาเครื่องละ 666.66$
Tim Berners-Lee
ต้องขอบอกว่า ถ้าไม่มีอีตานี่โลกเราจะไม่มีคำว่า World Wide Web ครับเพราะเค้าคนนี้คือ คนที่ คิดค้น www ขึ้นบนโลก. Tim Berners-Leeเป็นลูกของสองนักคณิตศาสตร์ระดับโลก Convey และ ?Mary Berners-Leeซึ่งเป็นทีมสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์ Manchester Mark 1เครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นแรกๆของโลก?ในปี 2532 Tim Berners-Lee ทำงานเป็นFreeLance อยู่ที่ CERN (ศูนย์วิจัยเรื่องนิวเคลียร์ของยุโรป)ซึ่งเป็นเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ใหญ่ ที่สุดของยุโรปเขาได้คิดค้นระบบข้อความหลายมิติ (Hypertext) ขึ้นมา ซึ่งเมื่อมันผนวกเข้ากับ TCP และ DNSล่ะก็ มันจะเป็นความสุดยอดของ HyperText แน่นอนและหลังจากนั้นมันจึงกลายเป็น ?World Wide Web ครับ ?เมื่อปี 2548เขาได้รับรางวัล 1 ในร้อยบุคคลที่ทรงอิทธิพลต่อคนทั้งโลกมากที่สุด และในปี2550 Tim Berners-Lee ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ฝ่ายหน้าจากสมเด็จพระบรมราชินีเอลิซา เบทที่สอง เป็นการส่วนพระองค์ทำให้ตอนนี้เค้ากลายเป็น Sir Tim Berners-Lee ไปแล้วครับ?ผลงานการ Hackของ Tim Berners-Lee ไม่เป็นที่ปรากฏ แต่ว่าเรื่องนี้ก็ทำให้เค้าโดนไล่ออกจากมหาวิทยาลัย Oxford ล่ะครับ ปล.เว็บไซต์แรกของโลกคือสร้างขึ้นโดย Tim Berners-Lee นี่แหละครับ
Linus Torvalds
บิดาผู้ให้กำเนิด Linux ระบบปฏิบัติการ Unixที่คนนิยมกันมากที่สุดในโลกขณะนี้ ในปี 1991ขณะที่เขายังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย เฮลซิงกิ เขาได้สร้าง linux kernelขึ้นจากพื้นฐานของระบบปฏิบัติการ Minix ขึ้น หลังจากนั้นเขาก็รวบรวมสมัครพรรคพวกมาช่วยกันเขียนและช่วยกันพัฒนาต่อกันทาง อินเทอร์เน็ต โดยที่เขาเป็นคนรวบรวม ตรวจสอบและแจกจ่ายงานไปยังโปรแกรมเมอร์ต่างๆทั่วโลกรวมถึงแจกจ่ายให้คนช่วย กันเอาไปใช้ฟรีๆอีกด้วยจุดที่น่าสนใจของโครงการนี้ก็คือ ทุกคนที่มาร่วมทำนั้นทุกคนยินดีช่วยโดยไม่ได้ค่าตอบแทนแต่อย่างใด และมีเงื่อนไขต่อด้วยอีกว่าเมื่องานเสร็จแล้วจะต้องเผยแพร่ตัว Source Codeแก่สาธารณะโดยไม่คิดมูลค่าเช่นเดียวกันครับ?ทุกวันนี้ Linux Torvaldsทำงานอยู่ที่บริษัท Transmeta บริษัทที่ทำหน้าที่ออกแบบ CPUและยังคงดำรงตำแหน่ง ผู้นำของบรรดาผู้ใช้งานและพัฒนา Linux ทั้งโลกครับยิ่งไปกว่านั้น หนังสือ Times Magazine ได้ยกให้เค้าเป็นหนึ่งคนในหนังสือชื่อ 60 Years of Hero สุดยอด
Richard Stallman
ผู้ริเริ่มโครงการ GNU (อ่านว่า กนู นะครับ) และมูลนิธิซอฟท์แวร์เสรีรวมไปถึงผู้ริเริ่มแนวคิดเรื่อง Copyleft (ฮ่า)และเป็นผู้ร่างสัญญาอนุญาติให้ใช้ได้ทั่วไป และต่อในภายหลังสัญญานี้ได้กลายเป็น บรรทัดฐานซอฟท์แวร์เสรีจำนวนมากความเป็นแฮกเกอร์ของเค้าโผล่มาตอนที่เค้าทำ งานอยู่ที่ MIT ในฐานะของ StaffComputer ทุกครั้งที่มีระบบอะไรใหม่ๆติดตั้งเข้าไปและมีรหัสผ่านกำกับอยู่Richard Stallman จะหาทางแฮกและปลดรหัสผ่านออกทุกครั้ง ยังครับยังไม่พอพอแฮกระบบเสร็จก็แฮก Printerต่อเพื่อพิมพ์ข้อความบอกชาวบ้านว่าระบบไหนอยู่ที่ไหนปลดรหัสผ่านอะไร ไปแล้วบ้าง แสบจริงๆ
Tsutomu Shimomura
สุดยอด White-Hat สายเลือดเอเชีย Tsutomu Shimomuraได้รับชื่อเสียงอย่างโด่งดัง ในฐานะที่ร่วมมือกับ John Markoffในการช่วยเหลือ FBI ไล่จับสุดยอดแฮกเกอร์ของโลกในยุคนั้น นั่นก็คือ KevinMitnick นั่นเอง ?Tsutumu ทำงานเป็นนักวิจัยอยู่ที่ SDSC (San DiegoSupercomputer Center) ซึ่งจริงๆแล้วก็โดนอีตา Kevinเข้ามาแฮกเอาโปรแกรมและเมล์สำคัญๆไป ดังนั้นด้วยคาวมแค้นเขาจึงร่วมมือกับFBI ไล่จับ Kevin Mitnick ซึ่งต่อมาเมื่อเขาจับได้เขาก็เลยเขียนหนังสือชื่อ Takedown เป็นเรื่องราวของการไล่จับ KevinMitnick ซึ่งต่อมาได้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง TakeDown ด้วย?
ข้อมูลจากเว็บ
http://www.sabyedee.net/
ทักษิณ ชินวัตร กับบริบทเริ่มต้นของความร่ำรวยล้นฟ้า
ทนายเบิ้ม ณ สัมมากร
เป็นทนายความคนหนึ่ง ว่าความมาก็เยอะ ชนะก็มาก แพ้ก็มี คิดได้ พูดเป็น เขียนเป็น
Permalink : http://www.oknation.net/blog/hardcorelawyer
วันศุกร์ ที่ 9 กรกฎาคม 2553
ทักษิณ ชินวัตร กับบริบทเริ่มต้นของความร่ำรวยล้นฟ้า
Posted by ทนายเบิ้ม , ผู้อ่าน : 40 , 21:28:58 น.
หมวด : การเมือง
ไปเจอบทความเก่าอันทรง คุณค่าบทหนึ่งที่โพสโดยคุณ Sitance Mobius
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2550 โดยนำมาจากมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 1076
วันที่ 2 เมษายน 2544 เขียนโดยคุณสรกล อดุลยานนท์ ทำให้ทราบว่าอดีต
นายกรัฐมนตรีไร้แผ่นดิน พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ได้้ใช้วิธีใดจึงทำให้ตน
เองร่ำรวยมหาศาล เป็นอภิมหาเศรษฐี ชนิดที่จะหาหนึ่งในล้านคนทำได้แบบ
ทักษิณ คงไม่มีอีกแล้ว อีกทั้งยังได้กล่าวถึงมิตรภาพของทักษิณ กับร.ต.อ.
ดร.เฉลิม อยู่บำรุง เกลอเก่า และสายสัมพันธ์แบบมีจุดมุ่งหมายระหว่างทักษิณ
กับ รสช. ผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเมื่อได้ปฎิวัติรัฐบาลของ พล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัณ
เห็นว่าบทความนี้เป็นประโยชน์ อย่างยิ่ง ในการที่จะบันทึกประวัติศาสตร์ก่อนที่ทักษิณ
จะลุแก่อำนาจจนนำมาถึงซึ่งมหา กาพย์แห่งการต่อสู้แบบที่ไม่มีใครรู้บทจบของชาย
ที่ชื่อทักษิณ ชินวัตร ณ ปัจจุึบันนี้
บทความพิเศษ : ไทยคม-ชัด-ลึก สัมพันธ์อลเวง 'ทักษิณ-จ๊อด' และท่านสารวัตร
มติ ชนสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 1076 วันที่ 2 เมษายน 2544
--สรกล อดุลยานนท์--
เพียงเพราะ ประโยคเดียวในวันที่ยิงดาวเทียมไทยคมขึ้นสู่ท้องฟ้าที่ "ทักษิณ ชินวัตร" บอกในวงสนทนาที่ประเทศเฟรนช์กีอานาว่า "ถ้าไม่มี พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ก็คงไม่มีวันนี้"
"ทักษิณ" จึงถูกผลักเข้าไปอยู่ในวังวนความขัดแย้งเรื่อง "มรดก 4,000 ล้าน" ของ "บิ๊กจ๊อด" ระหว่าง "บ้านเล็ก" และ "บ้านใหญ่"
ในช่วงต้นที่มีข่าว เรื่องมรดกจำนวนมหาศาลของ " บิ๊กจ๊อด " ประธานสภารักษาความสงบแห่งชาติ หรือ รสช. และมีกระแสกดดันให้รัฐบาลตรวจสอบทรัพย์สินของ พล.อ.สุนทร ปฏิกิริยาที่นิ่งเพื่อประเมินกระแสของ "ทักษิณ" ถูกตีความว่าไม่กล้าทำอะไรเพราะบุญคุณที่ "บิ๊กจ๊อด" เคยช่วยเหลือเรื่องโครงการดาวเทียมไทยคม
ยิ่งมีการอ้างอิงคำ พูดของ "ทักษิณ" ดังกล่าวจากคำนำเสนอของ "ชลิต กิติญาณทรัพย์" บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจขณะนั้นในหนังสือ "ทักษิณ ชินวัตร อัศวินคลื่นลูกที่สาม"
"ถ้าไม่มี พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ก็คงไม่มีวันนี้"
ผนวกกับภาพ "ทักษิณ-พจมาน ชินวัตร" ยืนเคียงคู่กับ พล.อ.สุนทรและ นางอัมพาพันธ์ ธเนศเดชสุนทร หรือ "คุณยุ้ย" ในหนังสือพิมพ์บางฉบับ
"ทักษิณ" ก็กลายเป็นเป้าโจมตีทางการเมืองทันที เป็นเรื่องจริงที่ "อัศวินคลื่นลูกที่สาม" ผู้นี้เป็นคนที่รู้จักบุญคุณคน ใครที่เคยช่วยเหลือเขาในยามอับจน เขาจะไม่ลืมคนอย่าง "ปรีดา พัฒนถาบุตร" อดีตรัฐมนตรีที่ "ทักษิณ" เคยเป็นตำรวจติดตามจะได้รับการดูแลอย่างดียิ่ง เช่นเดียวกับ "ประยูร จินดาประดิษฐ์" อดีตกรรมการผู้จัดการธนาคารทหารไทยที่ให้การสนับสนุนด้านสินเชื่อให้กับ "ทักษิณ" ตั้งแต่ธุรกิจของเขาเริ่มหยั่งรากลงดิน "บิ๊กจ๊อด" นั้นมีบุญคุณกับ "ทักษิณ" จริง
แต่ระดับและรูปแบบของ "บุญคุณ" นั้นเป็นอย่างไร คงต้องย้อนประวัติศาสตร์การเมืองกันสักนิดและอย่าแปลกใจ หากมีชื่อของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เข้ามาเกี่ยวพันด้วย ในรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ตั้งแต่ปี 2531 "ทักษิณ" ยังคงเป็นนักธุรกิจระดับกลางคนหนึ่งไม่ใช่ "มหาเศรษฐี" เหมือนในวันนี้ แต่เป็น "คลื่นลูกใหม่" ที่มาแรงทั้งวิสัยทัศน์และสายสัมพันธ์ สายสัมพันธ์ของเขาแนบแน่นกับรัฐมนตรีในยุคนั้น 2 คน คือ นายมนตรี พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น
"ทักษิณ" เสนอโครงการเคเบิลทีวีกับองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อ.ส.ม.ท.) ตั้งแต่ปี 2528 แต่กระบวนการพิจารณาดำเนินไปอย่างล่าช้า จน ร.ต.อ.เฉลิมเข้ามาดูแล อ.ส.ม.ท. โครงการนี้จึงถูกปัดฝุ่น และได้รับการอนุมัติเมื่อเดือนมีนาคม 2532 พร้อมข้อกล่าวหาจากฝ่ายค้านว่า การอนุมัติครั้งนี้มาจากสายสัมพันธ์ที่เป็น "เพื่อนรัก" ของ "ทักษิณ-เฉลิม"
"ทักษิณ" บอกในหนังสือ "ตาดูดาว เท้าติดดิน" ว่าการอนุมัติโครงการไอบีซี เป็นเพียงการอุทธรณ์เรื่องเดิมตั้งแต่สมัยรัฐบาลเปรมจนถึงรัฐบาลชาติชาย
"ส่วน คุณเฉลิมด้วยความเป็นเพื่อนกันมา ผมจึงมีโอกาสชี้แจงอธิบายการไม่ได้รับความเป็นธรรมเท่านั้น เรื่องมีอยู่แค่นี้ ไม่ได้สลับซับซ้อนอย่างที่มีคนพยายามจะผูก" พร้อมกับบอกว่า "ผมขอยืนยันไว้ในที่นี้ว่า สลึงหนึ่งก็ไม่เคยจ่ายให้คุณเฉลิม และข่าวลือต่างๆ นานาก็ไม่เป็นความจริง"
"เฉลิม" เองก็ยังยืนยันมาโดยตลอดว่าเขาไม่เคยได้รับผลประโยชน์จาก "ทักษิณ" แม้แต่บาทเดียว แม้แต่ครั้งล่าสุดที่คุยกันซึ่งเป็นช่วงหลังการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เขาก็ยืนยันว่า "ทักษิณ" ไม่เคยให้เงิน หรือหุ้นราคาพาร์กับเขาเลย แต่ยังถือทิฐิยืนยันว่าถ้าจะให้เขาไปคุยกับ "ทักษิณ" เรื่องตำแหน่งรัฐมนตรี " ไม่มีทาง "
ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ร.ต.อ.เฉลิมเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาก็ประกาศในสภาว่า "ผมกับ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นเพื่อนกัน" ต่อสาธารณะ ภาพของ "ทักษิณ" แนบแน่นกับ "เฉลิม" มาโดยตลอด เหมือนจะบวก แต่จริงๆ แล้วค่อนข้างลบมากสำหรับคนที่ต้องทำธุรกิจ และผลพวงนั้นปรากฏชัดขึ้นในช่วงปลายรัฐบาลชาติชาย
ก่อนเหตุการณ์ รสช. ไม่นาน หลังจากเป็นหนี้ 200 ล้านบาทหลังเหตุการณ์ลดค่าเงินบาทเมื่อปี 2527 "ทักษิณ" เริ่มต้นความร่ำรวยจากธุรกิจ "โฟนลิ้งค์" ตามมาด้วย "ไอบีซี" และ "เซลลูล่าร์ 900" และทันทีที่สามารถผลักดันบริษัทในเครือเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อปี 2533 เขากลายเป็นนักธุรกิจระดับพันล้านทันที จากนั้น "ทักษิณ" ก็ต่อจิ๊กซอว์ตัวสำคัญในธุรกิจโทรคมนาคมด้วยการตัดสินใจ เข้าประมูลโครงการ ดาวเทียมของกระทรวงคมนาคม
20 กันยายน 2533 นายมนตรีเปิดให้มีการประมูล มีผู้แข่งขัน 5 ราย คือ กลุ่มไทยแสท, กลุ่มโมดูลาร์, กลุ่มแอซตรา คอมแสท, วาเคไทย และ ชินวัตร คอมพิวเตอร์ แต่มีผู้ยื่นซองเพียง 3 ราย ผลการเปิดซองปรากฏว่า "ทักษิณ" เสนอผลประโยชน์สูงที่สุดคือ 15.33% ตลอดอายุสัญญา 30 ปี และประกันผลกำไรขั้นต่ำ 1,350 ล้านบาท ไทยแสท เสนอผลประโยชน์เฉลี่ย 10% ประกันขั้นต่ำ 980 ล้านบาท วาเคไทยของ "คีรี กาญจนพาสน์" เสนอผลประโยชน์เฉลี่ย 8.78% และรายได้ขั้นต่ำ 876 ล้านบาท
ประเด็น สำคัญ อยู่ที่ "วาเคไทย" เสนอให้รัฐบาลใช้ช่องสัญญาณหรือทรานสปอนเดอร์ฟรี 0.5 ทรานสปอนเดอร์ในดาวเทียมดวงแรก และ 1 ทรานสปอนเดอร์ ในดวงที่ 2 "คีรี" ยืนยันว่าเมื่อตีค่าช่องสัญญาณฟรีเป็นเงินแล้ว ผลประโยชน์ที่เขาเสนอแก่รัฐนั้นมากกว่ากลุ่มชินวัตร แต่ในมุมของ "ทักษิณ" เขามองว่าเมื่อยิงดาวเทียมขึ้นไป ช่องสัญญาณดาวเทียมย่อมมีเหลือ สิ่งที่เหลือจึงไม่มีมูลค่าเป็น 0
วันที่ 14 ธันวาคม 2533 คณะกรรมการกลั่นกรองที่มี นายศรีภูมิ สุขเนตร ปลัดกระทรวงคมนาคมในขณะนั้น เป็นประธานประกาศผลการตัดสินให้กลุ่มชินวัตรชนะ ประมูล โดยนายมนตรี เซ็นอนุมัติเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ก่อน พล.อ.ชาติชายลาออกเพียง 1 วัน ด้วยความทะแม่งในเรื่องเวลา ทำให้มีคนตั้งข้อสังเกตเรื่องนี้มาก
"ทักษิณ" เล่าให้ "วัลยา" ฟังถึงเรื่องนี้ในหนังสือ "ตาดูดาว เท้าติดดิน" ว่าตนยอมรับไม่ได้ที่มีการสร้างภาพว่า การชนะประมูลครั้งนี้มีลับลมคมใน เพื่อลัดขั้นตอนให้เสร็จในไม่กี่วัน "ราวกับลืมไปว่าก่อนหน้านี้โครงการต้องผ่านกระบวนการกลั่นกรองมาหลายขั้น เป็นการเสนอราคาอย่างถูกต้องชอบธรรมตามกติกาทุกประการ"
ช่วงนั้น สถานการณ์การเมืองร้อนจัด ทหารไม่พอใจ ร.ต.อ.เฉลิมอย่างรุนแรง จน พล.อ.ชาติชายต้องแก้ปัญหาด้วยการลาออก เพื่อปรับคณะรัฐมนตรี พล.อ.ชาติชายลาออกเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม นายมนตรีและพรรคกิจสังคมพยายามเล่นเกมการเมืองจึงถูกปรับพ้นจากรัฐบาล พล.อ.ชาติชายดึงพรรคประชากรไทยเข้าร่วมรัฐบาล
นายสมัคร สุนทรเวช ขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคนใหม่ "วาเคไทย" ยื่นหนังสือประท้วงกับนายสมัครทันที ณ เวลานั้น "ทักษิณ" เจอศึก 2 ด้าน ด้านแรก คือ สงครามดาวเทียมกับวาเคไทย อีกด้านหนึ่ง คือ ความไม่พอใจของทหารต่อ ร.ต.อ.เฉลิม และกระทบชิ่งมายังตัว "ทักษิณ" ในฐาน "เพื่อนเก่า" ด้วย ทั้งที่ความสัมพันธ์ระหว่าง "ทักษิณ-เฉลิม" เปลี่ยนไปแล้ว เปลี่ยนไปก่อนที่ "เฉลิม" จะกล่าวในสภาแขวนป้าย "เพื่อนรัก" ให้กับ "ทักษิณ" เสียอีก
เมื่อต้นปี 2535 ผมเคยสัมภาษณ์ "ทักษิณ" เกี่ยวกับเรื่องนี้ "ทักษิณ" บอกว่าไม่ได้เจอกับ ร.ต.อ.เฉลิมมานานแล้ว "เราไม่ได้คุยกัน ก่อนที่เขาจะพูดในสภาว่าผมเป็นเพื่อนรักกับเขา" และ "เราเคยเป็นเพื่อนที่สนิทกัน แต่ระยะหลัง... คุณเฉลิมเขายุ่งเรื่องการเมือง ผมก็ยุ่งทางธุรกิจเลยไม่ค่อยได้พบกัน ไม่ได้คุยกันร่วมปีแล้ว"
เมื่อถามว่า "ทักษิณ" เคยต้องไปเคลียร์กับทหาร
"เราเคลียร์กันก่อนมีการปฏิวัติ เคลียร์ว่าผมเป็นคนที่เป็นตัวของตัวเอง ผมจบโรงเรียนเตรียมทหาร"
"เป็น ปัญหาด้านธุรกิจคอมพิวเตอร์ที่ทำสัญญากับทหาร" ผมถามต่อ
ก่อนหน้านี้ ผมได้ข่าวว่า "ทักษิณ" มีปัญหาเรื่องโครงการเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ที่ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดในขณะนั้นสั่งให้ชะลอเรื่องไว้เพราะเห็นว่า "ทักษิณ" เป็น "เพื่อนรัก" กับ ร.ต.อ.เฉลิม คู่ปรับคนสำคัญของ "บิ๊กจ๊อด"
"รู้สึก ว่าคุณรู้เยอะ" ทักษิณกึ่งยอมรับกลายๆ
รัฐบาลชาติชายถูกปฏิวัติโดย รสช. เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534 จากนั้น รสช. ก็เรียกปลัดกระทรวงทุกแห่งไปประชุมเพื่อรับนโยบาย นายศรีภูมิ สุขเนตร ปลัดกระทรวงคมนาคมให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ว่าโครงการของกระทรวงคมนาคมที่ ต้องส่งให้ รสช. พิจารณา คือ โครงการดาวเทียม, โครงการรถไฟสายศรีราชา-แหลมฉบัง เป็นต้น (มติชน 26 กุมภาพันธ์ 2534)
ถ้า โครงการดาวเทียมเป็น "ลูกบอล" ก็มีช่วงนี้เท่านั้นที่ลูกบอลอยู่ในการครอบครองของ "บิ๊กจ๊อด" และ รสช. ขณะนั้นกำลังภายในของ "ทักษิณ" สู้กลุ่มวาเคไทยของ "คีรี กาญจนพาสน์" ไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อเสื้อคลุม "เพื่อนรัก" ของ ร.ต.อ.เฉลิมที่ต้องหนีตายไปเดนมาร์กยังติดตัวเขาอยู่
พล.อ.สุจินดา คราประยูร รองประธาน รสช. และผู้มีอำนาจสูงสุดตัวจริงของ รสช. เพิ่งให้สัมภาษณ์ล่าสุดว่าเขาเป็นประธานกรรมการของสนามกอล์ฟธนาซิตี้ที่มี บัตรเครดิตให้ใช้จ่ายไม่จำกัดจำนวน
"ธนาซิตี้" คือโครงการแรกในเมืองไทยของ "คีรี กาญจนพาสน์" ทาง "วาเคไทย" ยื่นหนังสือคัดค้านถึง พล.อ.สุนทร และมีการยัดไส้เอกสารให้เซ็นไปยังกรมอัยการ ประเด็นที่เขาต้องเคลียร์มี 2 เรื่อง คือ
1.ความสัมพันธ์กับ ร.ต.อ.เฉลิม และ
2.ผลประโยชน์ที่รัฐจะได้ในโครงการดาวเทียมระหว่างข้อเสนอของกลุ่มชินวัตร กับวาเคไทย
การดึงเอกสารคัดค้านกลับอาจเป็นบุญคุณที่ "บิ๊กจ๊อด" มีกับ "ทักษิณ" แต่ช่วงเปลี่ยนผ่านของอำนาจนั้นสั้นนัก เพราะเพียงแค่ต้นเดือนมีนาคม นายอานันท์ ปันยารชุน ก็มารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เขาตั้งนายนุกูล ประจวบเหมาะ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จากนั้นลูกบอล "ไทยคม" ถูกส่งต่อจาก รสช. ไปอยู่ในการครอบครองของนายนุกูล
ชื่อเสียงของ "นุกูล" นั้นรับประกันคุณภาพได้จากโครงการโทรศัพท์ 3 ล้านเลขหมายที่กล้าชนกับซีพีและ รสช. "บิ๊กจ๊อดไม่เคยเข้ามายุ่ง ไม่เคยเข้ามาเกี่ยวข้อง" เขาให้สัมภาษณ์กับ "ประชาชาติธุรกิจ" หลังจากข่าวเรื่องมรดก 4,000 ล้านกระฉ่อน
หนังสือของ "วาเคไทย" มีผลเพียงให้คณะกรรมการกลั่นกรองที่มี นายไพจิตร เอื้อทวีกุล เป็นประธานหยิบยกเรื่องนี้มาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ก่อนสรุปว่าข้อโต้แย้งของวาเคไทยมีมูล แต่ไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงให้วาเคไทยกลับมาเป็นผู้ชนะ จากนั้นนายนุกูลต่อรองกับ "ทักษิณ" ขอเพิ่มค่าผลประโยชน์ให้รัฐเป็น 1,415 ล้านบาท และลดเวลาสัมปทานจาก 30 ปีเหลือ 8 ปี ก่อนจะเซ็นสัญญาในปี 2535 คำสัมภาษณ์ของนายนุกูลถือเป็นการการันตีว่าโครงการดาวเทียมไทยคมในช่วงที่ เขาดูแลไม่มีรังสีของ "บิ๊กจ๊อด" มาเกี่ยวข้องเลย แต่ "ทักษิณ" นั้นเป็นคนรู้คุณคน
วันที่ 18 ธันวาคม 2536 วันที่ดาวเทียมไทยคมยิงขึ้นฟ้า "ทักษิณ" เชิญสื่อมวลชนและบุคคลสำคัญไปเป็นสักขีพยาน หนึ่งในนั้นคือ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ อดีตประธาน รสช. ณ เวลานั้น รสช. หมดอำนาจโดยสิ้นเชิงเพราะ เกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 ภาพลักษณ์ของ "บิ๊กจ๊อด" และผู้นำ รสช. ค่อนข้างติดลบ แต่ "ทักษิณ" ก็เชิญ "บิ๊กจ๊อด" ไปร่วมงานและบอกกับคนที่ไปร่วมงานด้วยว่าถ้าไม่มี พล.อ.สุนทรก็ไม่มีวันนี้ นี่คือการให้เกียรติ และแสดงความเป็นคนรู้คุณคนของ "ทักษิณ ชินวัตร" บุญคุณที่เกิดขึ้นเพียงแค่ช่วงเปลี่ยนผ่านอำนาจแค่ไม่ถึง 20 วันหลังการรัฐประหาร
ที่มา http://silance-mobius.blogspot.com/2007/11/blog-post_06.html
เป็นทนายความคนหนึ่ง ว่าความมาก็เยอะ ชนะก็มาก แพ้ก็มี คิดได้ พูดเป็น เขียนเป็น
Permalink : http://www.oknation.net/blog/hardcorelawyer
วันศุกร์ ที่ 9 กรกฎาคม 2553
ทักษิณ ชินวัตร กับบริบทเริ่มต้นของความร่ำรวยล้นฟ้า
Posted by ทนายเบิ้ม , ผู้อ่าน : 40 , 21:28:58 น.
หมวด : การเมือง
ไปเจอบทความเก่าอันทรง คุณค่าบทหนึ่งที่โพสโดยคุณ Sitance Mobius
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2550 โดยนำมาจากมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 1076
วันที่ 2 เมษายน 2544 เขียนโดยคุณสรกล อดุลยานนท์ ทำให้ทราบว่าอดีต
นายกรัฐมนตรีไร้แผ่นดิน พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ได้้ใช้วิธีใดจึงทำให้ตน
เองร่ำรวยมหาศาล เป็นอภิมหาเศรษฐี ชนิดที่จะหาหนึ่งในล้านคนทำได้แบบ
ทักษิณ คงไม่มีอีกแล้ว อีกทั้งยังได้กล่าวถึงมิตรภาพของทักษิณ กับร.ต.อ.
ดร.เฉลิม อยู่บำรุง เกลอเก่า และสายสัมพันธ์แบบมีจุดมุ่งหมายระหว่างทักษิณ
กับ รสช. ผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเมื่อได้ปฎิวัติรัฐบาลของ พล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัณ
เห็นว่าบทความนี้เป็นประโยชน์ อย่างยิ่ง ในการที่จะบันทึกประวัติศาสตร์ก่อนที่ทักษิณ
จะลุแก่อำนาจจนนำมาถึงซึ่งมหา กาพย์แห่งการต่อสู้แบบที่ไม่มีใครรู้บทจบของชาย
ที่ชื่อทักษิณ ชินวัตร ณ ปัจจุึบันนี้
บทความพิเศษ : ไทยคม-ชัด-ลึก สัมพันธ์อลเวง 'ทักษิณ-จ๊อด' และท่านสารวัตร
มติ ชนสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 1076 วันที่ 2 เมษายน 2544
--สรกล อดุลยานนท์--
เพียงเพราะ ประโยคเดียวในวันที่ยิงดาวเทียมไทยคมขึ้นสู่ท้องฟ้าที่ "ทักษิณ ชินวัตร" บอกในวงสนทนาที่ประเทศเฟรนช์กีอานาว่า "ถ้าไม่มี พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ก็คงไม่มีวันนี้"
"ทักษิณ" จึงถูกผลักเข้าไปอยู่ในวังวนความขัดแย้งเรื่อง "มรดก 4,000 ล้าน" ของ "บิ๊กจ๊อด" ระหว่าง "บ้านเล็ก" และ "บ้านใหญ่"
ในช่วงต้นที่มีข่าว เรื่องมรดกจำนวนมหาศาลของ " บิ๊กจ๊อด " ประธานสภารักษาความสงบแห่งชาติ หรือ รสช. และมีกระแสกดดันให้รัฐบาลตรวจสอบทรัพย์สินของ พล.อ.สุนทร ปฏิกิริยาที่นิ่งเพื่อประเมินกระแสของ "ทักษิณ" ถูกตีความว่าไม่กล้าทำอะไรเพราะบุญคุณที่ "บิ๊กจ๊อด" เคยช่วยเหลือเรื่องโครงการดาวเทียมไทยคม
ยิ่งมีการอ้างอิงคำ พูดของ "ทักษิณ" ดังกล่าวจากคำนำเสนอของ "ชลิต กิติญาณทรัพย์" บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจขณะนั้นในหนังสือ "ทักษิณ ชินวัตร อัศวินคลื่นลูกที่สาม"
"ถ้าไม่มี พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ก็คงไม่มีวันนี้"
ผนวกกับภาพ "ทักษิณ-พจมาน ชินวัตร" ยืนเคียงคู่กับ พล.อ.สุนทรและ นางอัมพาพันธ์ ธเนศเดชสุนทร หรือ "คุณยุ้ย" ในหนังสือพิมพ์บางฉบับ
"ทักษิณ" ก็กลายเป็นเป้าโจมตีทางการเมืองทันที เป็นเรื่องจริงที่ "อัศวินคลื่นลูกที่สาม" ผู้นี้เป็นคนที่รู้จักบุญคุณคน ใครที่เคยช่วยเหลือเขาในยามอับจน เขาจะไม่ลืมคนอย่าง "ปรีดา พัฒนถาบุตร" อดีตรัฐมนตรีที่ "ทักษิณ" เคยเป็นตำรวจติดตามจะได้รับการดูแลอย่างดียิ่ง เช่นเดียวกับ "ประยูร จินดาประดิษฐ์" อดีตกรรมการผู้จัดการธนาคารทหารไทยที่ให้การสนับสนุนด้านสินเชื่อให้กับ "ทักษิณ" ตั้งแต่ธุรกิจของเขาเริ่มหยั่งรากลงดิน "บิ๊กจ๊อด" นั้นมีบุญคุณกับ "ทักษิณ" จริง
แต่ระดับและรูปแบบของ "บุญคุณ" นั้นเป็นอย่างไร คงต้องย้อนประวัติศาสตร์การเมืองกันสักนิดและอย่าแปลกใจ หากมีชื่อของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เข้ามาเกี่ยวพันด้วย ในรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ตั้งแต่ปี 2531 "ทักษิณ" ยังคงเป็นนักธุรกิจระดับกลางคนหนึ่งไม่ใช่ "มหาเศรษฐี" เหมือนในวันนี้ แต่เป็น "คลื่นลูกใหม่" ที่มาแรงทั้งวิสัยทัศน์และสายสัมพันธ์ สายสัมพันธ์ของเขาแนบแน่นกับรัฐมนตรีในยุคนั้น 2 คน คือ นายมนตรี พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น
"ทักษิณ" เสนอโครงการเคเบิลทีวีกับองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อ.ส.ม.ท.) ตั้งแต่ปี 2528 แต่กระบวนการพิจารณาดำเนินไปอย่างล่าช้า จน ร.ต.อ.เฉลิมเข้ามาดูแล อ.ส.ม.ท. โครงการนี้จึงถูกปัดฝุ่น และได้รับการอนุมัติเมื่อเดือนมีนาคม 2532 พร้อมข้อกล่าวหาจากฝ่ายค้านว่า การอนุมัติครั้งนี้มาจากสายสัมพันธ์ที่เป็น "เพื่อนรัก" ของ "ทักษิณ-เฉลิม"
"ทักษิณ" บอกในหนังสือ "ตาดูดาว เท้าติดดิน" ว่าการอนุมัติโครงการไอบีซี เป็นเพียงการอุทธรณ์เรื่องเดิมตั้งแต่สมัยรัฐบาลเปรมจนถึงรัฐบาลชาติชาย
"ส่วน คุณเฉลิมด้วยความเป็นเพื่อนกันมา ผมจึงมีโอกาสชี้แจงอธิบายการไม่ได้รับความเป็นธรรมเท่านั้น เรื่องมีอยู่แค่นี้ ไม่ได้สลับซับซ้อนอย่างที่มีคนพยายามจะผูก" พร้อมกับบอกว่า "ผมขอยืนยันไว้ในที่นี้ว่า สลึงหนึ่งก็ไม่เคยจ่ายให้คุณเฉลิม และข่าวลือต่างๆ นานาก็ไม่เป็นความจริง"
"เฉลิม" เองก็ยังยืนยันมาโดยตลอดว่าเขาไม่เคยได้รับผลประโยชน์จาก "ทักษิณ" แม้แต่บาทเดียว แม้แต่ครั้งล่าสุดที่คุยกันซึ่งเป็นช่วงหลังการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เขาก็ยืนยันว่า "ทักษิณ" ไม่เคยให้เงิน หรือหุ้นราคาพาร์กับเขาเลย แต่ยังถือทิฐิยืนยันว่าถ้าจะให้เขาไปคุยกับ "ทักษิณ" เรื่องตำแหน่งรัฐมนตรี " ไม่มีทาง "
ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ร.ต.อ.เฉลิมเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาก็ประกาศในสภาว่า "ผมกับ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นเพื่อนกัน" ต่อสาธารณะ ภาพของ "ทักษิณ" แนบแน่นกับ "เฉลิม" มาโดยตลอด เหมือนจะบวก แต่จริงๆ แล้วค่อนข้างลบมากสำหรับคนที่ต้องทำธุรกิจ และผลพวงนั้นปรากฏชัดขึ้นในช่วงปลายรัฐบาลชาติชาย
ก่อนเหตุการณ์ รสช. ไม่นาน หลังจากเป็นหนี้ 200 ล้านบาทหลังเหตุการณ์ลดค่าเงินบาทเมื่อปี 2527 "ทักษิณ" เริ่มต้นความร่ำรวยจากธุรกิจ "โฟนลิ้งค์" ตามมาด้วย "ไอบีซี" และ "เซลลูล่าร์ 900" และทันทีที่สามารถผลักดันบริษัทในเครือเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อปี 2533 เขากลายเป็นนักธุรกิจระดับพันล้านทันที จากนั้น "ทักษิณ" ก็ต่อจิ๊กซอว์ตัวสำคัญในธุรกิจโทรคมนาคมด้วยการตัดสินใจ เข้าประมูลโครงการ ดาวเทียมของกระทรวงคมนาคม
20 กันยายน 2533 นายมนตรีเปิดให้มีการประมูล มีผู้แข่งขัน 5 ราย คือ กลุ่มไทยแสท, กลุ่มโมดูลาร์, กลุ่มแอซตรา คอมแสท, วาเคไทย และ ชินวัตร คอมพิวเตอร์ แต่มีผู้ยื่นซองเพียง 3 ราย ผลการเปิดซองปรากฏว่า "ทักษิณ" เสนอผลประโยชน์สูงที่สุดคือ 15.33% ตลอดอายุสัญญา 30 ปี และประกันผลกำไรขั้นต่ำ 1,350 ล้านบาท ไทยแสท เสนอผลประโยชน์เฉลี่ย 10% ประกันขั้นต่ำ 980 ล้านบาท วาเคไทยของ "คีรี กาญจนพาสน์" เสนอผลประโยชน์เฉลี่ย 8.78% และรายได้ขั้นต่ำ 876 ล้านบาท
ประเด็น สำคัญ อยู่ที่ "วาเคไทย" เสนอให้รัฐบาลใช้ช่องสัญญาณหรือทรานสปอนเดอร์ฟรี 0.5 ทรานสปอนเดอร์ในดาวเทียมดวงแรก และ 1 ทรานสปอนเดอร์ ในดวงที่ 2 "คีรี" ยืนยันว่าเมื่อตีค่าช่องสัญญาณฟรีเป็นเงินแล้ว ผลประโยชน์ที่เขาเสนอแก่รัฐนั้นมากกว่ากลุ่มชินวัตร แต่ในมุมของ "ทักษิณ" เขามองว่าเมื่อยิงดาวเทียมขึ้นไป ช่องสัญญาณดาวเทียมย่อมมีเหลือ สิ่งที่เหลือจึงไม่มีมูลค่าเป็น 0
วันที่ 14 ธันวาคม 2533 คณะกรรมการกลั่นกรองที่มี นายศรีภูมิ สุขเนตร ปลัดกระทรวงคมนาคมในขณะนั้น เป็นประธานประกาศผลการตัดสินให้กลุ่มชินวัตรชนะ ประมูล โดยนายมนตรี เซ็นอนุมัติเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ก่อน พล.อ.ชาติชายลาออกเพียง 1 วัน ด้วยความทะแม่งในเรื่องเวลา ทำให้มีคนตั้งข้อสังเกตเรื่องนี้มาก
"ทักษิณ" เล่าให้ "วัลยา" ฟังถึงเรื่องนี้ในหนังสือ "ตาดูดาว เท้าติดดิน" ว่าตนยอมรับไม่ได้ที่มีการสร้างภาพว่า การชนะประมูลครั้งนี้มีลับลมคมใน เพื่อลัดขั้นตอนให้เสร็จในไม่กี่วัน "ราวกับลืมไปว่าก่อนหน้านี้โครงการต้องผ่านกระบวนการกลั่นกรองมาหลายขั้น เป็นการเสนอราคาอย่างถูกต้องชอบธรรมตามกติกาทุกประการ"
ช่วงนั้น สถานการณ์การเมืองร้อนจัด ทหารไม่พอใจ ร.ต.อ.เฉลิมอย่างรุนแรง จน พล.อ.ชาติชายต้องแก้ปัญหาด้วยการลาออก เพื่อปรับคณะรัฐมนตรี พล.อ.ชาติชายลาออกเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม นายมนตรีและพรรคกิจสังคมพยายามเล่นเกมการเมืองจึงถูกปรับพ้นจากรัฐบาล พล.อ.ชาติชายดึงพรรคประชากรไทยเข้าร่วมรัฐบาล
นายสมัคร สุนทรเวช ขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคนใหม่ "วาเคไทย" ยื่นหนังสือประท้วงกับนายสมัครทันที ณ เวลานั้น "ทักษิณ" เจอศึก 2 ด้าน ด้านแรก คือ สงครามดาวเทียมกับวาเคไทย อีกด้านหนึ่ง คือ ความไม่พอใจของทหารต่อ ร.ต.อ.เฉลิม และกระทบชิ่งมายังตัว "ทักษิณ" ในฐาน "เพื่อนเก่า" ด้วย ทั้งที่ความสัมพันธ์ระหว่าง "ทักษิณ-เฉลิม" เปลี่ยนไปแล้ว เปลี่ยนไปก่อนที่ "เฉลิม" จะกล่าวในสภาแขวนป้าย "เพื่อนรัก" ให้กับ "ทักษิณ" เสียอีก
เมื่อต้นปี 2535 ผมเคยสัมภาษณ์ "ทักษิณ" เกี่ยวกับเรื่องนี้ "ทักษิณ" บอกว่าไม่ได้เจอกับ ร.ต.อ.เฉลิมมานานแล้ว "เราไม่ได้คุยกัน ก่อนที่เขาจะพูดในสภาว่าผมเป็นเพื่อนรักกับเขา" และ "เราเคยเป็นเพื่อนที่สนิทกัน แต่ระยะหลัง... คุณเฉลิมเขายุ่งเรื่องการเมือง ผมก็ยุ่งทางธุรกิจเลยไม่ค่อยได้พบกัน ไม่ได้คุยกันร่วมปีแล้ว"
เมื่อถามว่า "ทักษิณ" เคยต้องไปเคลียร์กับทหาร
"เราเคลียร์กันก่อนมีการปฏิวัติ เคลียร์ว่าผมเป็นคนที่เป็นตัวของตัวเอง ผมจบโรงเรียนเตรียมทหาร"
"เป็น ปัญหาด้านธุรกิจคอมพิวเตอร์ที่ทำสัญญากับทหาร" ผมถามต่อ
ก่อนหน้านี้ ผมได้ข่าวว่า "ทักษิณ" มีปัญหาเรื่องโครงการเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ที่ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดในขณะนั้นสั่งให้ชะลอเรื่องไว้เพราะเห็นว่า "ทักษิณ" เป็น "เพื่อนรัก" กับ ร.ต.อ.เฉลิม คู่ปรับคนสำคัญของ "บิ๊กจ๊อด"
"รู้สึก ว่าคุณรู้เยอะ" ทักษิณกึ่งยอมรับกลายๆ
รัฐบาลชาติชายถูกปฏิวัติโดย รสช. เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534 จากนั้น รสช. ก็เรียกปลัดกระทรวงทุกแห่งไปประชุมเพื่อรับนโยบาย นายศรีภูมิ สุขเนตร ปลัดกระทรวงคมนาคมให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ว่าโครงการของกระทรวงคมนาคมที่ ต้องส่งให้ รสช. พิจารณา คือ โครงการดาวเทียม, โครงการรถไฟสายศรีราชา-แหลมฉบัง เป็นต้น (มติชน 26 กุมภาพันธ์ 2534)
ถ้า โครงการดาวเทียมเป็น "ลูกบอล" ก็มีช่วงนี้เท่านั้นที่ลูกบอลอยู่ในการครอบครองของ "บิ๊กจ๊อด" และ รสช. ขณะนั้นกำลังภายในของ "ทักษิณ" สู้กลุ่มวาเคไทยของ "คีรี กาญจนพาสน์" ไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อเสื้อคลุม "เพื่อนรัก" ของ ร.ต.อ.เฉลิมที่ต้องหนีตายไปเดนมาร์กยังติดตัวเขาอยู่
พล.อ.สุจินดา คราประยูร รองประธาน รสช. และผู้มีอำนาจสูงสุดตัวจริงของ รสช. เพิ่งให้สัมภาษณ์ล่าสุดว่าเขาเป็นประธานกรรมการของสนามกอล์ฟธนาซิตี้ที่มี บัตรเครดิตให้ใช้จ่ายไม่จำกัดจำนวน
"ธนาซิตี้" คือโครงการแรกในเมืองไทยของ "คีรี กาญจนพาสน์" ทาง "วาเคไทย" ยื่นหนังสือคัดค้านถึง พล.อ.สุนทร และมีการยัดไส้เอกสารให้เซ็นไปยังกรมอัยการ ประเด็นที่เขาต้องเคลียร์มี 2 เรื่อง คือ
1.ความสัมพันธ์กับ ร.ต.อ.เฉลิม และ
2.ผลประโยชน์ที่รัฐจะได้ในโครงการดาวเทียมระหว่างข้อเสนอของกลุ่มชินวัตร กับวาเคไทย
การดึงเอกสารคัดค้านกลับอาจเป็นบุญคุณที่ "บิ๊กจ๊อด" มีกับ "ทักษิณ" แต่ช่วงเปลี่ยนผ่านของอำนาจนั้นสั้นนัก เพราะเพียงแค่ต้นเดือนมีนาคม นายอานันท์ ปันยารชุน ก็มารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เขาตั้งนายนุกูล ประจวบเหมาะ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จากนั้นลูกบอล "ไทยคม" ถูกส่งต่อจาก รสช. ไปอยู่ในการครอบครองของนายนุกูล
ชื่อเสียงของ "นุกูล" นั้นรับประกันคุณภาพได้จากโครงการโทรศัพท์ 3 ล้านเลขหมายที่กล้าชนกับซีพีและ รสช. "บิ๊กจ๊อดไม่เคยเข้ามายุ่ง ไม่เคยเข้ามาเกี่ยวข้อง" เขาให้สัมภาษณ์กับ "ประชาชาติธุรกิจ" หลังจากข่าวเรื่องมรดก 4,000 ล้านกระฉ่อน
หนังสือของ "วาเคไทย" มีผลเพียงให้คณะกรรมการกลั่นกรองที่มี นายไพจิตร เอื้อทวีกุล เป็นประธานหยิบยกเรื่องนี้มาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ก่อนสรุปว่าข้อโต้แย้งของวาเคไทยมีมูล แต่ไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงให้วาเคไทยกลับมาเป็นผู้ชนะ จากนั้นนายนุกูลต่อรองกับ "ทักษิณ" ขอเพิ่มค่าผลประโยชน์ให้รัฐเป็น 1,415 ล้านบาท และลดเวลาสัมปทานจาก 30 ปีเหลือ 8 ปี ก่อนจะเซ็นสัญญาในปี 2535 คำสัมภาษณ์ของนายนุกูลถือเป็นการการันตีว่าโครงการดาวเทียมไทยคมในช่วงที่ เขาดูแลไม่มีรังสีของ "บิ๊กจ๊อด" มาเกี่ยวข้องเลย แต่ "ทักษิณ" นั้นเป็นคนรู้คุณคน
วันที่ 18 ธันวาคม 2536 วันที่ดาวเทียมไทยคมยิงขึ้นฟ้า "ทักษิณ" เชิญสื่อมวลชนและบุคคลสำคัญไปเป็นสักขีพยาน หนึ่งในนั้นคือ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ อดีตประธาน รสช. ณ เวลานั้น รสช. หมดอำนาจโดยสิ้นเชิงเพราะ เกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 ภาพลักษณ์ของ "บิ๊กจ๊อด" และผู้นำ รสช. ค่อนข้างติดลบ แต่ "ทักษิณ" ก็เชิญ "บิ๊กจ๊อด" ไปร่วมงานและบอกกับคนที่ไปร่วมงานด้วยว่าถ้าไม่มี พล.อ.สุนทรก็ไม่มีวันนี้ นี่คือการให้เกียรติ และแสดงความเป็นคนรู้คุณคนของ "ทักษิณ ชินวัตร" บุญคุณที่เกิดขึ้นเพียงแค่ช่วงเปลี่ยนผ่านอำนาจแค่ไม่ถึง 20 วันหลังการรัฐประหาร
ที่มา http://silance-mobius.blogspot.com/2007/11/blog-post_06.html
วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)









